วันพุธที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

เศรษฐกิจพอเพียง "พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" เปิดหัวข้อบทความ



เศรษฐกิจพอเพียง

เศรษฐกิจพอเพียง ต้นแบบ Green Economic


      “เศรษฐกิจของเราขึ้นอยู่กับการเกษตรมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว รายได้ของประเทศได้มาใช้สร้างความเจริญด้านต่างๆ เป็นรายได้จากการเกษตรเป็นส่วนใหญ่ จึงอาจกล่าวได้ว่าความเจริญของประเทศต้องอาศัยความเจริญของการเกษตรเป็น สำคัญและงานทุกๆ ฝ่ายจะดำเนินก้าวหน้าไปได้ก็เพราะการเกษตรของเราเจริญ” พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 
      การพยายามเปลี่ยนเกษตรกรให้เป็นพ่อค้า ทำให้ประเทศไทยเกือบจะล้มไม่เป็นท่า การมองหาทางออกที่ดีจึงเริ่มขึ้น ด้วยการหันกลับมามองที่รากฐานเดิมของคนไทยที่ผู้คนแต่ดั้งเดิมมีวิถีชีวิต ที่เรียบง่าย ทำการเกษตรเพื่อเลี้ยงตัวเองและรู้จักแบ่งปัน รัฐบาลจึงจัดตั้งโครงการเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชนและให้มีสำนักงาน เศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชน หรือ สพช. เป็นหน่วยงานภายในสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อมุ่งขับเคลื่อนไห้ทุกภาคส่วนในหมู่บ้านและชุมชน ร่วมกันบริหารจัดการและพัฒนาศักยภาพของตนเองที่มีอยู่เดิมให้มีศักยภาพเพิ่ม มากขึ้นเพื่อสร้างงานสร้างรายได้ ลดต้นทุนและปัจจัยการผลิตทางการเกษตร พัฒนาทรัพยากรธรรมชาติระดับชุมชนให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้น และสร้างโอกาสในการพัฒนาหรือเพิ่มขีดความสามารถในการเสริมสร้างศักยภาพทาง เศรษฐกิจในระดับฐานรากให้กับหมู่บ้าน และชุมชนตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง
      พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัส เรื่องแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงตั้งแต่ปี พ.ศ.2517 เป็นต้นมา พระองค์ทรงเน้นย้ำหลักการพัฒนาบนฐานปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง คือ ยึดหลักการทรงงานที่ถือผลประโยชน์ของประชาชน ภูมิสังคม การพึ่งตนเองเป็นฐานรากที่สำคัญ นอกจากนั้น ยังทรงเน้นย้ำเรื่องการพัฒนาศักยภาพของคนในทุกมิติการพัฒนา แบบองค์รวมและการพัฒนาแบบบูรณาการ การจัดทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน เช่น การใช้ธรรมชาติช่วยธรรมชาติภายใต้โครงการปลูกป่า 3 อย่าง แต่ได้ประโยชน์ 4 อย่าง และส่งเสริมการปลูกพืชพลังงานด้วยวิธีเกษตรอินทรีย์ เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤติภัยแล้ง ลดพื้นที่การปลูกพืชเศรษฐกิจต่างถิ่น และสนับสนุนให้ปลูกพืชพลังงานทดแทนเพื่อการพึ่งพาตนเอง ลดการนำเข้าพลังงานน้ำมันจากต่างชาติแนวทางเหล่านี้ล้วนเป็นหลักการและวัตถุ ประสงค์ของการ จัดตั้งโครงการ “ชุมชนพอเพียง” ในคอนเซปต์คิดอย่างยั่งยืนของรัฐบาลชุดนี้ทั้งสิ้น แต่ก่อนที่จะมีโครงการนี้ขึ้นมาอย่างจริงจัง 
      อาจารย์วิวัฒน์ ศัลยกำธร หรือ อาจารย์ยักษ์ ผู้ซึ่งทำงานรับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาทมากว่า 16 ปี โดยรับใช้ใกล้ชิดกับพระองค์ท่านในหน่วยงานสำนักงานคณะกรรมการพิเศาเพื่อ ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) ได้สัมผัสกับชีวิตของเกษตรกรในทั่วภูมิภาคของประเทศ ซึ่งได้พบกับปัญหาต่างๆ ของเกษตรกรไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ดินทำกิน ความยากจน ความรู้ในเรื่องการเกษตร ตลอดจนปัญหาสุขภาพ การศึกษา และอื่นๆ ประกอบกับที่ได้ถวายการรับใช้พระองค์ท่าน ได้เห็นพระองค์ท่านทุ่มเทพระวรกาย กำลัง ทุนทรัพย์ อีกทั้งเวลาส่วนใหญ่ให้กับการพัฒนา ค้นคว้า และทดลองในสิ่งต่างๆ ภายใต้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับเกษตรเป็นส่วนใหญ่ ทั้งการเลี้ยงสัตว์ ปลูกพืช ทำนาข้าว การปรับปรุงดิน และน้ำ การศึกษาการปลูกป่า และพืชสมุนไพร การปลูกแฝก โรงสี และเทคโนโลยีชีวภาพ การวิจัยเรื่องพลังงานและโครงการอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งทรงลงมือปฏิบัติด้วยพระองค์เอง
      ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ อาจารย์ยักษ์ จึงได้รวบรวมกลุ่มคนในหลายๆ อาชีพที่มีแนวคิด แนวอุดมการณ์ในการที่จะฟื้นฟูประเทศ โดยนำแนวคิดเรื่องทฤษฎีใหม่เศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ให้ใช้กับการทำการ เกษตรและการดำรงชีวิตให้อยู่รอดได้อย่างยั่งยืน รวมทั้งการณรงค์ให้เกษตรกรเลิกใช้สารเคมี หยุดการพึ่งพาชาติตะวันตกและหันกลับมาพุ่งพาตนเอง โดยใช้เทคโนโลยีและภูมิปัญญาชาวบ้านที่เคยสืบทอดกันมาเพื่อเน้นการทำเกษตร ที่ยั่งยืนบนผืนแผ่นดินไทย จึงได้จัดตั้งเป็น “ชมรมกสิกรรมธรรมชาติ” รณรงค์เผยแพร่และให้ความรู้เรื่องการทำกสิกรรมธรรมชาติเพื่อพิสูจน์ให้เห็น ว่าสามารถทำการเกษตร และอยู่อย่างพอเพียงได้จริง 

 

      อาจารย์ยักษ์ ลงมือทำเองเพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าสามารถพึ่งตนเองได้การพึ่งตนเองเริ่มจาก การปลูกป่า 3 อย่างเพื่อประโยชน์ไว้กินเป็นอาหาร เป็นยา และมีไม้ไว้สร้างบ้าน และไว้ใช้งานต่างๆ รวมทั้งทำนา ปุ๋ย ทำเอนไซม์สมุนไพรธรรมชาติใช้เองในนาข้าว และพืชชนิดอื่นๆ ทั้งพืชผักและไม่ผล รวมถึงการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำด้วย โดยทำการทดลองที่ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง ตำบลหนองบอนแดง อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี และนำประสบการณ์ที่ปฏิบัติจริงไปเผยแพร่ความรู้ให้แก่เกษตรกร ขณะเดียวกันก็ทำการศึกษา ค้นคว้า วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี การผลิตเอนไซม์สมุนไพรธรรมชาติ สมุนไพรไล่แมลง โดยทำการทดลองและเผยแพร่ในพื้นที่ของเกษตรกรกว่า 50 จังหวัดทั่วทุกภาคของประเทศ


ความสำคัญของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการพัฒนาประเทศ

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ เพราะจะทำให้เกิดผลดีต่อประชาชน ชุมชน และสังคมประเทศชาติ ดังนี้

ความสำคัญต่อครอบครัว สมาชิกในครอบครัวดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข เพราะปฏิบัติตามหลักพออยู่ พอกิน พอใช้ ส่งผลให้ไม่ยากจน ไม่มีหนี้สิน มีเงินออม และพึ่งตนเองได้

22

ความสำคัญต่อชุมชน ทำให้เศรษฐกิจชุมชนเข้มแข็ง มีการรวมกลุ่มสร้างแรงงานและอาชีพ และนำทรัพยากรของชุมชนมาใช้ประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพ

เกิดความสามัคคีในหมู่คณะ สมาชิกในชุมชนร่วมมือกันแก้ไขปัญหา

ระดับสังคมประเทศชาติ สังคมเข้มแข็ง ผู้คนมีอาชีพและรายได้ที่มั่นคง สมาชิกในสังคมร่วมกันสืบทอดภูมิปัญญาและพัฒนาเศรษฐกิจตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง

 

 

เป้าหมายของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงต่อบุคคล

การนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน มีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนบรรลุผลสำเร็จดังนี้

รู้จักตนเอง หมายถึง การดำเนินชีวิตอยู่บนพื้นฐานของการรู้จักตนเอง รู้จักพัฒนาความรู้ความสามารถของตนด้วยการศึกษาหาความรู้

พึ่งตนเองและพึ่งพาซึ่งกันและกัน หมายถึง ต้องรู้จักพึ่งตนเองและแก้ไขปัญหาในชีวิตประจำวันด้วยตนเองก่อนเสมอ โดยใช้สติปัญญาและเหตุผล ต่อจากนั้นจึงพึ่งพาซึ่งกันและตามความจำเป็น

ใช้ชีวิตอย่างพอเพียง หมายถึง ยึดทางสายกลางในการดำเนินชีวิต ไม่โลภ ไม่เบียดเบียนผู้อื่น ไม่ใช้จ่ายเกินฐานะหรือเกินกำลังทรัพย์ของตน

33

หนังสือน่าอ่าน

หนังสือ "เศรษฐกิจพอเพียงกับการดำเนินธุรกิจ" 

สถาบันไทยพัฒน์ ได้จัดทำหนังสือชุดเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียง โดยได้มีการตีพิมพ์หนังสือชื่อ เศรษฐกิจพอเพียงหมายถึงอะไร เป็นเล่มแรก เมื่อปี 2550 และหนังสือชื่อ เศรษฐกิจพอเพียงในทัศนะโลก เป็นเล่มที่สอง ในปี 2552 ที่ผ่านมา

ทั้ง นี้ เพื่อเป็นการส่งเสริมการนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้อย่างแพร่หลายและ ต่อเนื่อง ในปี 2554 สถาบันไทยพัฒน์ ได้จัดทำหนังสือ "เศรษฐกิจพอเพียงกับการดำเนินธุรกิจ" ขึ้น เพื่อส่งเสริมให้ภาคธุรกิจได้เรียนรู้และทำความเข้าใจเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง อันจะนำไปสู่การประยุกต์ใช้ให้เกิดผลในทางปฏิบัติในหน่วยงานและองค์กรต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิผล

เนื้อหาในเล่มประกอบด้วยการนำเสนอมุมมอง คุณลักษณะและเงื่อนไขในปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ได้แก่ ความพอประมาณ ความมีเหตุผล การมีระบบภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี เงื่อนไขความรู้และคุณธรรม เทียบเคียงกับหลักการทางธุรกิจ ได้แก่ Economic Value Added, Balanced Scorecard, Scenario Planning รวมถึงแนวคิดการจัดการความรู้ (KM) หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี (CG) และความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR)

หนังสือ "เศรษฐกิจพอเพียงกับการดำเนินธุรกิจ" เล่มนี้ เป็นเสมือนสะพานเชื่อมความเข้าใจในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ที่นำเสนอในภาษาของนักธุรกิจ เพื่อขจัดความเชื่อที่ผิดๆ ว่า เศรษฐกิจพอเพียง ไม่เหมาะกับการนำมาใช้กับธุรกิจที่มีปรัชญาแห่งการแสวงหากำไรสูงสุด หรือสวนทางกับการพัฒนาขีดความสามารถทางการแข่งขัน หรือกระทั่งไม่สามารถประยุกต์ใช้ได้กับองค์กรของตนเอง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเปิดมุมมองใหม่ในความเข้าใจเรื่องความพอประมาณ ความมีเหตุผล การมีระบบภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี เงื่อนไขความรู้และคุณธรรม ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ
 

ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง เรือนจำชั่วคราวเขาระกำ ปรับเพิ่มการถ่ายทอดเทคโนโลยีเศรษฐกิจพอเพียงแบบครบวงจร ด้านพลังงาน 

 

(18 ก.พ. 56) นายอเนก ทองลอย หัวหน้าเรือนจำชั่วคราวเขาระกำ เปิดเผยว่า ตามที่เรือนจำชั่วคราวเขาระกำ ได้ดำเนินการตั้งศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง เรือนจำชั่วคราวเขาระกำ ซึ่งเป็นพื้นที่โครงการกำลังใจ ด้านปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ในพระดำริ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา โดยการส่งเสริมการนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้กับผู้ต้องขังก่อนพ้นโทษ รวมทั้งเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและการผลิตสินค้าเกษตร คุณภาพให้กับเกษตรกรและประชาชนทั่วไป ถึงแม้ว่าการดำเนินการของศูนย์จะสามารถยกระดับคุณภาพของพืชผักที่ผลิตได้ 16 ชนิด จนได้ใบรับรองมาตรฐาน ระบบการจัดการคุณภาพการปฏิบัติการทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืช (GAP : Good Aquaculture Practice ด้านพืช) คือ ปราศจากสารตกค้าง และการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์ในผักที่ผลิตได้ แต่การดำเนินการยังเสียค่าใช้จ่ายในด้านค่าน้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้ในเครื่อง ยนต์สูบน้ำเพื่อรดแปลงปลูกพืชผัก ทางเรือนจำชั่วคราวเขาระกำจึงมีแนวคิดในการใช้พลังงานทดแทนมาผลิตกระแสไฟฟ้า เพื่อใช้ในแปลงผักในพื้นที่ โดยได้รับความร่วมมือจากสำนักงานพื้นที่พิเศษเกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยง (สพพ.1) องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.)สนับสนุนการใช้พลังงานแสงอาทิตย์มาผลิตกระแสไฟฟ้า ในการสูบน้ำรดแปลงผักภายในศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง เรือนจำชั่วคราวเขาระกำ โดยได้รับการสนับสนุนจาก อบต.ประณีต จัดหาแผงโซล่าเซลเก่ามาใช้ภายในศูนย์ฯ จนสามารถลดค่าใช้จ่ายจากน้ำมันเชื้อเพลิงลงได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยในอนาคตจะปรับมาใช้ในเรือนนอนของผู้ต้องขังอีกด้วย

ทางศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง เรือนจำชั่วคราวเขาระกำ จึงได้มีการปรับเพิ่มการเรียนรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีเศรษฐกิจพอเพียงแบบครบ วงจรด้านพลังงานทดแทน เพื่อให้ประชาชน และชุมชนที่สนใจได้ศึกษาดูงาน นอกเหนือจากการเป็นศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการเกษตรภายใต้ปรัชญาเศรษฐกิจพอ เพียงที่ดำเนินการอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว 

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : ปิยวิทย์ ทรัพย์ขจร

Rewriter : วรรณวิไล สนิทผล

สำนักข่าวแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์ : http://thainews.prd.go.th

วันพุธที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

การสร้างขบวนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง


::: การสร้างขบวนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง :::

การพัฒนาตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง คือ การพัฒนาที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของทางสายกลางและความไม่ประมาท โดยคำนึงถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล การสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว โดยใช้ความรอบรู้ ความรอบคอบ และคุณธรรม ประกอบการตัดสินใจ

ภาวะวิกฤตเศรษฐกิจปี ๒๕๔๐ ทำให้คนไทยให้ความสำคัญกับการพัฒนาตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ตามคำชี้แนะของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมากขึ้น สศช. จึงได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิจากสาขาต่าง ๆ มาร่วมกันกลั่นกรองพระราชดำรัสเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียง สรุปเป็นนิยาม ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และได้อัญเชิญปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาเป็นปรัชญานำทางในการจัดทำแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ ๙ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนทุกระดับ มีความเข้าใจเศรษฐกิจพอเพียงและนำไปประกอบการดำเนินชีวิต


ยุทธวิธีในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงจะมีการดำเนินการอย่างเป็นขั้นตอนและชัดเจน โดยมีขอบเขตการดำเนินงาน ๔ ด้านควบคู่กันไป คือ เชื่อมโยงเครือข่ายเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง พัฒนาวิชาการและศึกษาวิจัย สร้างหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ และเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงจะเป็นในลักษณะเครือข่ายและระดมพลังจากทุกภาคส่วน โดยมีคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแกนกลางในการดำเนินงาน และจะทูลเกล้าฯ ถวายผลการดำเนินงานขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสมหามงคลสมัยเฉลิมพระชนมพรรษาครบรอบ ๘๐ พรรษา ในเดือนธันวาคม ๒๕๕๐
       การขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงนี้ จะเป็นการเสริมพลังในการดำเนินนโยบายของรัฐบาลที่เน้นการพัฒนาเพื่อให้ประเทศไทยสามารถพัฒนาไปได้อย่างมั่นคงภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์ โดยให้ความสำคัญกับการสร้างฐานเศรษฐกิจและสังคมในระดับรากหญ้าให้เข้มแข็ง ในขณะที่ส่งเสริม การพัฒนาประเทศให้มีเสถียรภาพในระดับระหว่างประเทศ สามารถปรับตัวเลือกรับสิ่งที่เป็นประโยชน์และพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ได้ และนำไปสู่ความอยู่ดีมีสุขของคนไทยในที่สุด





หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ จังหวัดสตูล

โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริด้านการพัฒนาแหล่งน้ำ 
เป็นโครงการที่มีประโยชน์อย่างยิ่งของประเทศ?